ครั้งแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นาระ เมืองแห่งกวาง


     นาระ เมืองที่มีกวางเป็นสัญลักษณ์ หลังจากนั่งชมวิวบนรถไฟมาราวๆ หนึ่งชั่วโมงกับอีกสามสิบนาทีก็มาถึงสถานีนาระ จากนั้นก็อาศัยการสังเกตและตามนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ จนได้ขึ้นรถบัสมาลงแถวๆ ทางเดินเข้า Nara Park จุดหมายของนักท่องเที่ยวหลายๆคน เพื่อมาชมกวางโค้งคำนับขอกินขนมเซมเบ้

บริเวณทางเข้าศาลเจ้า Himuro

     ระหว่างทางเดินที่ตรงไปสวนนาระ ก็สะดุดตากับเสาโทะริอิ สีแดงตั้งตระหง่าน บ่งบอกว่านี้เป็นทางเข้าศาลเจ้า แล้วด้วยความตื่นเต้นของลูกทีมที่ได้เห็นศาลเจ้าชินโตครั้งแรกก็เลยขอแวะเก็บภาพเป็นที่ละลึกเล็กน้อยก่อนเดินทางสู่จุดหมายเดิม และมารู้ทีหลังว่าศาลเจ้านั้นคือศาล Himuro



บ่อน้ำลักษณะนี้มีให้เห็นเกือบทุกวัด แต่อย่าไปตักกินนะเขามีป้ายบอกใว้ว่าห้ามดื่ม

     ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม เริ่มเห็นกวางมายืนต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังลงมาจากรถทัวร์ ทั้งคนญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งเดินไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Nara National Museum ส่วนกลุ่มของผมมีเป้าหมายแน่นอนคือสวนนาระ (เราข้ามพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไปเฉยเลย)

กวางน้อยมายืนต้อนรับ ข้างหลังที่คนยืนต่อแถวนั้นคือ Nara National Museum

หลังจากถ่ายภาพนี้ไป คุณลุงกับกวางก็แข่งกันคำนับ

บรรยากาศภายในสวนนาระ คนกับกวางเดินสวนกันไปมา

     เมื่อถึงจุดหมาย เราก็แวะพักกินขนมกินน้ำกัน เพราะเลยเวลาเที่ยงวันมาสองชั่วโมงแล้ว เสร็จกิจก็เดินถ่ายรูปเล่นกันตามระเบียบ ช่วงนี้กวางดูค่อนข้างเรียบร้อย แลดูเป็นมิตรกับผู้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมา แต่ก็มีบางตัวที่เข้ามาแง็บๆ กระเป๋าบ้าง แขนเสื้อบ้าง เวลาไปนั่งกินอะไรแถวนี้ต้องระวังให้ดี และแนะนำให้พกถุงใส่ขยะเอาใว้ด้วยเสมอเพราะถังขยะหายากมาก ขยะพลาสติกที่หล่นลงพื้นถ้ากวางกินเข้าไปคงไม่ใช่เรื่องดีนัก

อย่าลืมพกถุงนะ เจอถังค่อยทิ้ง และต้องแยกประเภทขยะด้วย
 
พาหนะที่เห็นเป็นเรื่องปกติคือจักรยานแม่บ้าน เจอเยอะกว่ารถมอเตอร์ไซค์

 
เด็กๆ มาทัศนศึกษา ขอตั้งชื่อเล่นว่าแก๊งลูกเป็ด

     ถัดจากสวนนาระ ไปไม่ไกลก็จะเจอวัดโทได (Todaiji) เป็นวัดไม้ที่มีจุดเด่นในเรื่องขนาด เห็นแล้วรู้สึกตะลึงกับความใหญ่ของวัดมาก ได้ยินมาว่าศาลาหลวงพ่อโต (Daibutsu-den) ของวัดนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในศาลาเราสามารถเดินวนไปทางด้านหลังได้โดยจะมีรูปสลักของท้าวเวสวัณ และท้าววิรูปักษ์ ยืนตระหง่านอยู่ที่มุมห้องทั้งสองมุม

ทางเดินเข้าวัดโทได ประตูไม้ข้างหลังนั้นใหญ่เกินบรรยาย

กวางไม่ได้กินแต่เซมเบนะ น้ำข้าวโพดอุ่นก็กิน

ศาลาหลวงพ่อโต (Daibutsu-den) ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หลวงพ่อโต (Daibutsu แปลว่า รูปปั้นใหญ่)



ท้าววิรูปักษ์

ท้าวเวสวัณ

     ปิดท้ายด้วยการมาเจอแหล่งซ๊อปปิ้งที่ Higashimuki Shopping Street ด้วยความบังเอิญ เพราะอยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ Kintetsu-Nara ที่เราต้องนั่งรถสายนี้กลับเกียวโต เลยได้เนื้อชุปแป้งทอดนุ่มๆ กินรองท้องก่อนกลับโรงแรม แล้วจบวันด้วยอาหารเย็นมื้อจริงจังมื้อแรกในญี่ปุ่น ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากร้าน LAWSON ร้านสะดวกซื้อที่มีเยอะกว่า 7-11 และขอบคุณเก้าอี้นั่งคอยของ Bus Stop หน้าร้าน ที่เป็นที่นั่งให้เราได้บรรเทาความหิวท่ามกลางอุณหภูมิ 10 องศา (นึกภาพประกอบเอาเองนะครับ มัวแต่หิวเลยลืมถ่าย)....กลับห้องนอนเอาแรง แผนต่อไปของวันพรุ่งนี้เริ่มต้นที่รถไฟสายโรแมนติก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันโรแมนติกตรงใหน

ความคิดเห็น