ครั้งแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 3.1 เกียวโตเมืองหลวงเก่า | Arashiyama


     รถไฟสายโรแมนติก - Sagano Romantic ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดก็โรแมนติกแล้ว
วันนี้คือวันที่ 2/11/60 ตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีบอกว่า โซน kyoto นั้นใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ทริปนี้เป็นเวลาต้นเดือนพฤศจิกายน ก็คิดในใจว่า "ทำไงหละทีนี้" ก็ต้องตอบตัวเองว่า "ทำใจไงหละ"

แก๊งลูกเป็ดที่สถานีเกียวโต

     เริ่มต้นทริปอย่างเป็นทางการวันแรกในเกียวโต หลังจากประสบการณ์ "หลงทาง" เมื่อวานนี้ ทำให้ทักษะการดูเส้นทางเดินรถเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ผ่านไปไม่นานทีมของผมก็เดินทางมาถึงสถานี Kameoka Torokko ที่เป็นสถานีต้นทางของระไฟสายโรแมนติกได้อย่างปลอดภัย

คุณนายยืนต่อแถวซื้อตั๋ว
     หลังจากได้ตั๋วยืนมาสามใบและระหว่างรอรถไฟรอบต่อไป ยังมีเวลาเหลืออีกประมาณหนึ่งชั่วโมง เราออกมาเดินเล่นรอบๆ สถานี บรรยากาศทุ่งนากว้าง ล้อมรอบด้วยภูเขาและแม้น้ำ ทำให้รู้สึกว่าแค่มายืนอยู่หน้าสถานีก็คุ้มค่าแล้ว มองไปรอบๆ ก็สังเกตเห็นว่าม้าตัวใหญ่ๆ ที่ยืนกำลังกินแครอทจากมือนั่งท่องเที่ยวอยู่นั้น มีบริการนั่งรถเทียมม้าชมรอบๆ บริเวณอีกด้วยจึงตัดสินใจลองดู จ่ายเสียหายไปคนละ 500 เยน

ดูกล้ามเนื้อนั้นสิ

คุณพี่สาวบังคับม้านำเที่ยว
     คุณพี่สาวที่เป็นคนขับรถม้า ทำหน้าที่เป็นไกท์อธิบายเกี่ยวกับม้าพันธุ์นี้ให้ด้วย ถ้าฟังภาษาญี่ปุ่นออกคงสนุกกว่านี้ แต่แค่ได้สัมผัสความแข็งแรงของม้าที่ส่งต่อมายังผู้โดยสารด้านหลังได้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว เป็นความรู้สึกที่ทรงพลัง แรงจากกีบเท้าที่กระทบกับพื้นดิน ส่งมาถึงผู้โยสารด้านหลัง ยิ่งช่วงที่ต้องเร่งความเร็วขึ้นเนินยิ่งสังเกตเห็นได้ชัดถึงความแข็งแรงนั้น

ตั๋วขึ้นรถไฟ มีตราปั้มคำว่า "Stan" 

     รถไฟทรงคลาสสิกสีแดงจอดเทียบชาลชลาก่อนเวลาออกเดินทางนิดหน่อย นายสถานีเริ่มทำหน้าที่เปิดเส้นทางที่ถูกยืนขวางโดยนักท่องเที่ยวที่ไม่ชินกับวัฒนธรรมการต่อแถว เพื่อให้ผู้โดยสารภายในลงออกจากรถให้หมดก่อน จึงอนุญาตให้ผู้โดยสารกลุ่มต่อไปขึ้นรถ
   
ตอนนี้กำลังลอดผ่านอุโมงหนึ่งในหลายๆ อุโมง

     กลุ่มของผมได้ยืนที่ตู้แบบเปิดโล่ง ทำได้มองเห็นวิวทั้งสองข้างได้ชัดกว่าตู้แบบปกติ สายลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าแต่ไม่รู้สึกหนาว วิวสองข้างทางสลับไปมาระหว่างแม่น้ำ ป่า และอุโมง นักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้นกับความงามที่ธรรมชาติมอบให้

วิวสองข้างทางจะสลับระหว่างแม่น้ำ ป่า และอุโมงไปเรื่อยๆ จนถึงสถานี Arashiyama

ถ่ายภาพบรรยากาศมาได้ไม่มากเพราะคนเยอะ แถมช่วงที่ไปใบไม้ยังไม่เปลี่ยนสี เลยไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ อารมณ์เหมือนมานั่งรถไฟโปราณเพื่อที่จะไปยังสถานีต่อไปมากกว่า
   
     ปลายทางเป็นสถานี Arashiyama หรือใน Google Map เขียนว่า Saga-Arashiyama Statio เป็นสถานีเก่าแก่ ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหนังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่จะขอดูตั๋วอีกครั้ง ถึงจะอนุญาติให้เราออกจากสถานีได้ ด้านหน้าสถานีจะมีขายของกินแก้หิว มีโต๊ะให้นั่งพัก ก่อนเดินเข้าสู่ป่าไผ่ Arashiyama อันโด่งดัง

เมื่อออกจากสถานีมา จะเจอจุดแวะพักเติมพลัง เข้าห้องน้ำได้

ทางเดินส่วนหนึ่งของป่าไผ่ ถ้าอยากได้ภาพช่วงคนไม่พลุกพล่าน ต้องมาตั้งแต่ช่วง 7 โมงเช้า

     ทางเดินป่าไผ่เป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อย ไฮไลท์จริงๆ ของที่นี้ ส่วนตัวผมคิดว่าคือวัด Tenryuji เป็นวัดแรกในเกียวโตที่เราได้สัมผัส บรรยากาศภายในวัดดูสะอาดตา สวนแบบญี่ปุ่นที่ถูดจัดใว้อย่างดี ไม่มีขยะ ไม่มีหญ้ารก ทุกอย่างคือความสมบูรณ์ สามารถสัมผัสได้ถึงความอ่อนโอนที่รุ่นแรง แม้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวก็ตาม

ส่วนหนึ่งของวัด Tenryuji

     กลับสู่โลกแห่งความจริง เราเดินออกจากวัดพร้อมของที่ละลึกติดไม้ติดมือกันคนละชิ้นสองชิ้น เดินเล่นริมแม่น้ำ Katsura มีร้านค้าดักรอนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เราสามารถซื้อเสบียงใส่ท้องกันได้แถวๆ กลับไปสถานีเกียวโต แต่วันนี้ยังไม่จบนะเออ เพราะถ้าเล่าหมดจะยาวไป เอาใว้ต่อตอนที่ 3.2 เกียวโตทาวเวอร์ และย่านกิออน-มุมมืดในแสงสว่าง

***เนื่องจากภาพที่เลือกมาค่อนข้างเยอะ จึงนำมารวมใว้ด้านล่างบทความเพื่อความสะดวกในการอ่านเนื้อหา***

ภายในวัด Tenryuji












   
เมื่อออกมาจากวัด จะเจอร้านค้าทั้งของกินของฝาก ทั้งสองข้างทาง


เริ่มมาเดินแถวๆ สะพานข้ามคลอง Katsura




คุณลุงกับหมาแก่ น่าจะเดินกลับบ้าน
     ขอเขียนเพิ่มอีกนิด จากการสังเกตเสน่ของวัดและสถานที่เที่ยวต่างๆ เท่าที่เดินมาทั้งวัน คือความสะอาด ความใส่ใจในรายละเอียด สวนภายในวัดที่เหมือนกระถางบอนไซขนาดยัก ไม่มีหญ้าให้เห็นเลยสักต้น ใบไม้ร่วงน้อยมากๆ ทำให้เราๆ ที่เป็นนักท่องเที่ยวรู้สึกทึ่งแล้วยังรู้สึกยำเกลงไปในตัว จะทิ้งขยะสักชิ้นลงพื้น ต่อมความรู้สึกผิดจะทำงานหนักขึ้นสองเท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและน่าจะนำมาปรับใช้ในชีวิตเราบ้าง

ความคิดเห็น